Knowledge Center

WMS คืออะไร แก้ปัญหาคลังสินค้าด้วย ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า 

ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นเรื่อยๆ การบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ต้องรับมือกับความท้าทายในการจัดการสต็อกสินค้า การรับเข้า-จ่ายออก และการจัดส่งที่รวดเร็วตรงเวลา ระบบ WMS หรือ Warehouse Management System จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความผิดพลาด และยกระดับการให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น 

WMS คืออะไร 

Warehouse Management System หรือ WMS คือระบบซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้าเข้าคลัง การจัดเก็บ การควบคุมสต็อก ไปจนถึงการเบิกจ่ายและจัดส่งสินค้า ระบบนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ลดความผิดพลาดในการทำงาน และช่วยให้การบริหารพื้นที่คลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานผ่านการเพิ่มความแม่นยำในการจัดการสต็อกและลดการสูญเสียจากสินค้าหมดอายุหรือเสื่อมสภาพ 

หลักการทำงานของระบบ Warehouse Management มีอะไรบ้าง 

การทำงานของระบบ WMS แบ่งออกเป็น 3 กระบวนการหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการคลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำสูงสุด โดยแต่ละกระบวนการมีความสำคัญและบทบาทที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ 

1. การรับสินค้า

กระบวนการรับสินค้าถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการบริหารคลังสินค้า WMS คือระบบที่ช่วยให้การรับสินค้าเป็นไปอย่างมีระบบและแม่นยำ โดยเริ่มจากการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเบื้องต้น (Quality Control) เปรียบเทียบกับใบสั่งซื้อสินค้า เพื่อจัดเก็บข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เช่น รหัสสินค้า จำนวน วันที่ผลิต วันหมดอายุ ล็อตการผลิต คุณภาพและมาตรฐานของสินค้า เช่น สินค้าชิ้นนี้มีรอยแตก รอยรั่วซึมหรือไม่ จากนั้นจะทำการคัดแยกออกมาเป็นสินค้า Defect สำหรับสินค้าที่มีคุณภาพและตรงตาม QC ก็จะถูกนำไปเข้าระบบ แปะ Barcode และจัดเก็บเข้าคลังสินค้าในขั้นตอนถัดไป ทำให้สามารถติดตามและตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ   

2. การจัดเก็บสินค้า

WMS คือตัวช่วยสำคัญในการจัดเก็บสินค้า ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องการความแม่นยำและการวางแผนที่ดี ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บผ่านการวิเคราะห์และคำนวณพื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสมที่สุด โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ขนาดของสินค้า ความถี่ในการเบิกจ่าย และอัตราการหมุนเวียนของสินค้า MyCloud นำเสนอระบบ Warehouse Management System (WMS) ที่ทันสมัย ทุกขั้นตอนในการทำงานของเราใช้ Barcode เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดข้อผิดพลาดในการจัดการสินค้า เราไม่เพียงแค่แปะ Barcode ที่ตัวสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีการใช้ Bin สำหรับการเก็บสินค้า ซึ่งแต่ละ Bin และ Location ที่เก็บสินค้าก็จะมีการแปะ Barcode แยกต่างหาก ซึ่งจะช่วยให้การหยิบสินค้าเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ลดเวลาที่ใช้ในการค้นหาสินค้า และทำให้กระบวนการจัดการคลังสินค้าและบริหารสต็อกทั้งหมดมีความโปร่งใสและแม่นยำยิ่งขึ้น  

การจัดเก็บสินค้า

3. การจัดการออเดอร์

ระบบการจัดการออเดอร์ครอบคลุมกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การหยิบสินค้าจนถึงการส่งมอบให้ขนส่ง โดยเริ่มจากการหยิบสินค้าตามหลัก FIFO (First In First Out) และ FEFO (First Expired First Out) เพื่อควบคุมการหมุนเวียนสินค้า จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการแพ็คสินค้าตามคำสั่งซื้อ มั่นใจว่าสินค้าที่ถึงมือลูกค้าจะไม่ขาดหรือเกิน เพราะเราจัดการออเดอร์ผ่านระบบ Barcode เพื่อตรวจสอบและจัดการสินค้าได้อย่างแม่นยำ  พร้อมทั้งมีการบันทึกวิดีโอผ่าน CCTV เป็นหลักฐานการแพ็คสินค้า ป้องกันปัญหาสินค้าสูญหาย เมื่อแพ็คสินค้าเสร็จสิ้น จะดำเนินการชั่งน้ำหนักพัสดุและส่งข้อมูลเข้าระบบเพื่อพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ โดยบาร์โค้ดบนใบปะหน้าพัสดุนี้ ทั้ง Marketplace และบริษัทขนส่งจะใช้สถานะนี้เพื่อยืนยันว่าสินค้าพร้อมสำหรับการจัดส่งแล้ว ให้บริษัทขนส่งทราบว่า พร้อมเข้ามารับสินค้า รวมทั้งเป็นการบอก Marketplace ว่าจัดการออเดอร์เสร็จแล้วและอยู่ในกรอบของ SLA  

4. การจัดส่งสินค้า

การจัดส่งสินค้าเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน ระบบ WMS คือโซลูชันที่จะเข้ามาจัดการส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าปลายทางได้อย่างมีปนะสิทธิภาพ MyCloud เราคัดเลือกบริษัทขนส่งจากข้อมูลเชิงวิเคราะห์จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความเร็วในการจัดส่ง อัตราความเสียหายของสินค้าและความคุ้มค่าด้านราคา เพื่อหาบริษัทขนส่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละออเดอร์ โดยมีทั้งประเภทการส่งแบบ ส่งด่วนภายใน 1 – 2 ชม. ส่งวันถัดไป บริการส่งของที่มีขนาดใหญ่ (Bulky) หรือบริการเก็บเงินปลายทาง (COD) เพื่อให้สินค้าถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วและปลอดภัย สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า   

ประโยชน์ของการใช้ระบบ WMS 

การนำระบบ WMS มาใช้ในการบริหารจัดการคลังสินค้านั้นสร้างประโยชน์มากมายให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูง การมีระบบที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า ระบบ WMS เหมาะสำหรับทั้งธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ต้องการยกระดับการบริหารจัดการคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความต้องการในการจัดการสต็อกที่ซับซ้อน หรือมีปริมาณการสั่งซื้อจำนวนมาก 

ระบบ WMS มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง

การตัดสินใจนำระบบ WMS มาใช้ในองค์กรนั้น จำเป็นต้องพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียให้รอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนนั้นคุ้มค่าและเหมาะสมกับธุรกิจ  

ข้อดีของระบบ WMS 

WMS คือระบบที่มอบประโยชน์มากมายให้กับธุรกิจ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังมีข้อดีอื่น ๆ อีก เช่น 

  • ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว 
  • สามารถปรับแต่งระบบให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจ 
  • รองรับการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ 
  • แสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
  • ช่วยลดความผิดพลาดในการทำงานและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าผ่านการจัดส่งที่รวดเร็วและถูกต้อง  

ข้อเสียของระบบ WMS 

การลงทุนในระบบ WMS มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง ทั้งค่าซอฟต์แวร์ ค่าฮาร์ดแวร์และค่าฝึกอบรมพนักงาน นอกจากนี้ยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวและฝึกอบรมพนักงานให้คุ้นเคยกับระบบใหม่ การบำรุงรักษาระบบต้องทำอย่างสม่ำเสมอและอาจต้องมีทีมไอทีคอยดูแลโดยเฉพาะ เนื่องจากระบบต้องมีการอัปเดตเวอร์ชันเรื่อย ๆ ตามกฎระเบียบและข้อตกลงของแต่ละ Marketplace ซึ่งอาจไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีทรัพยากรจำกัด 

ด้วยความท้าทายเหล่านี้ MyCloud จึงได้ลงทุนพัฒนาระบบ WareHouse Management System ที่ตอบโจทย์และทันสมัย และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าออนไลน​์ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ก็สามารถใช้งานระบบ WMS ของเราได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลถึงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เลย ช่วยประหยัดต้นทุนการลงทุนและการบำรุงรักษาระบบ ทำให้ธุรกิจสามารถจัดการคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ      

ระบบ Warehouse Management System เหมาะสำหรับใครบ้าง 

ระบบ WMS เหมาะสำหรับธุรกิจหลากหลายประเภทที่มีความจำเป็นในการบริหารจัดการคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความซับซ้อนในการจัดการสต็อก ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีปริมาณออเดอร์สูง ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งที่ต้องการระบบที่แม่นยำในการติดตามสินค้า รวมถึงธุรกิจที่ต้องการยกระดับการให้บริการลูกค้าผ่านการจัดส่งที่รวดเร็วและถูกต้อง ระบบนี้ยังเหมาะสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโตและต้องการระบบที่สามารถรองรับการขยายตัวในอนาคต  

ระบบ Warehouse Management System

สรุปบทความ 

ระบบ WMS คือตัวช่วยยกระดับการบริหารจัดการคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจในยุคดิจิทัลที่ต้องการความรวดเร็ว แม่นยำ และความสามารถในการติดตามสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์ แม้ว่าการนำระบบ WMS มาใช้อาจมีต้นทุนและความท้าทายในช่วงเริ่มต้น แต่ประโยชน์ที่ได้รับในระยะยาวทั้งในแง่ของการลดต้นทุนการดำเนินงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการยกระดับการให้บริการลูกค้า ทำให้การลงทุนในระบบ WMS เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโซลูชันด้านการจัดการคลังสินค้าที่ครบวงจร MyCloud Fulfillment นำเสนอบริการ Fulfillment ที่ผสานรวมระบบ WMS ที่ทันสมัย พร้อมระบบจัดการการจัดส่งที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการขนส่งชั้นนำ ช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระในการจัดการสต็อก และมั่นใจได้ว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ด้วยประสบการณ์การให้บริการที่ยาวนานและทีมงานมืออาชีพ MyCloud Fulfillment พร้อมเป็นพันธมิตรที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณสู่ความสำเร็จ  

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ https://www.mycloudfulfillment.com/quotation 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร: 092-472-7742, 02-138-9920

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ใครว่าไม่สำคัญ?

ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ใครว่าไม่สำคัญ? … อย่าคิดว่าการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้าไม่สำคัญ! เพราะทุกขั้นตอนตั้งแต่สินค้าเข้าคลัง จนสินค้าออกจากคลังเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการหยิบสินค้าที่ดีต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของสินค้า และช่วยลดเวลาเพื่อให้เราทำงานเร็วขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนวิธีการหยิบ ซึ่งเรามี 4 วิธีที่คนนิยมใช้บ่อยๆ มาแนะนำครับ รับรองว่า มีประสิทธิภาพ ทำงานง่ายขึ้นแน่นอน 1.หยิบตามคำสั่งซื้อ (Discrete Picking) เป็นวิธีที่เบสิคและเข้าใจง่ายที่สุด! วิธีการคือ เมื่อมีออเดอร์เข้ามา ผู้หยิบจะเดินไปหยิบสินค้าตามรายการ ที่อยู่ในใบสั่งจนครบทุกออเดอร์ ถ้ามีคำสั่งซื้อใหม่ ก็ต้องเดินไปหยิบใหม่ เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาค่อนข้างมาก อาจทำให้ทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรครับ 2.หยิบเป็นโซน (Zone Picking) เหมาะสำหรับคลังสินค้าที่มีหลายโซน เช่น โซนห้องเย็น, โซนชั้นวางมาตรฐาน โดยผู้หยิบจะถูกกำหนดให้หยิบเฉพาะโซนนั้นๆ เมื่อคำสั่งสินค้าเข้ามาจะแบ่งออกตามโซน สินค้าจะถูกหยิบพร้อมๆกันในทุุกโซนจนครบ อาจจะอาศัยสายพานในการช่วยลำเลียงสินค้า เพื่อส่งต่อไปยังขั้นตอนต่อไป 3.หยิบแบบคลื่น (Wave Picking) วิธีนี้จะคล้ายๆ กับแบบแรกเลยครับ แต่ต่างกันที่แบบนี้จะกำหนดเวลาชัดเจน การหยิบสินค้าจะมีลักษณะเหมือนคลื่น หมายถึง คำสั่งซื้อจะเข้าตามช่วงเวลา เช่น […]

อัตราการจัดส่งไม่สำเร็จ (Non Fulfillment Rate) คืออะไร? พร้อมเคล็ดลับการจัดการปัญหานี้!

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันการค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นอีกหนึ่งกุญแจของความสำเร็จในการทำธุรกิจนี้ คือการจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหนึ่งใน SLA หรือตัวชี้วัดสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสนใจ คืออัตราการจัดส่งสินค้าไม่สำเร็จหรือ Non Fulfillment Rate บนแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์อย่าง Shopee ที่จะส่งผลโดยตรงต่อความพึงพอใจของลูกค้าและยอดขายของร้านค้า ดังนั้น วันนี้ MyCloud จะพาคุณทำความรู้จักว่า อัตราการจัดส่งสินค้าไม่สำเร็จ คืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง ในบทความนี้กัน  Non Fulfillment Rate คืออะไร   Non Fulfillment Rate (NFR) หรืออัตราการจัดส่งสินค้าไม่สำเร็จ คือค่าที่แสดงถึงจำนวนคำสั่งซื้อที่ไม่สามารถจัดส่งได้สำเร็จ เทียบกับจำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมดในช่วงเวลาย้อนหลัง 7 วัน โดยคำนวณจากเปอร์เซ็นต์ของคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิก  สามารถตรวจสอบอัตรา Non Fulfillment Rate (NFR) ได้จากที่ไหนบ้าง  สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์มือใหม่ที่เพิ่งลงสนามขายของบน Shopee ได้ไม่นาน ก็อาจจะมีความกังวลอยู่บ้างว่าแล้ว Non Fulfillment Rate (NFR) สามารถตรวจสอบได้จากที่ไหนบ้าง หากคุณสมัครและยืนยันตัวตนเป็น Shopee Seller อย่างถูกต้องแล้ว อัตราการจัดส่งค้าไม่สำเร็จจะถูกคำนวณอัตโนมัติและอัปเดตทุก […]

ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ใครว่าไม่สำคัญ?

ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ใครว่าไม่สำคัญ? … อย่าคิดว่าการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้าไม่สำคัญ! เพราะทุกขั้นตอนตั้งแต่สินค้าเข้าคลัง จนสินค้าออกจากคลังเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการหยิบสินค้าที่ดีต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของสินค้า และช่วยลดเวลาเพื่อให้เราทำงานเร็วขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนวิธีการหยิบ ซึ่งเรามี 4 วิธีที่คนนิยมใช้บ่อยๆ มาแนะนำครับ รับรองว่า มีประสิทธิภาพ ทำงานง่ายขึ้นแน่นอน 1.หยิบตามคำสั่งซื้อ (Discrete Picking) เป็นวิธีที่เบสิคและเข้าใจง่ายที่สุด! วิธีการคือ เมื่อมีออเดอร์เข้ามา ผู้หยิบจะเดินไปหยิบสินค้าตามรายการ ที่อยู่ในใบสั่งจนครบทุกออเดอร์ ถ้ามีคำสั่งซื้อใหม่ ก็ต้องเดินไปหยิบใหม่ เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาค่อนข้างมาก อาจทำให้ทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรครับ 2.หยิบเป็นโซน (Zone Picking) เหมาะสำหรับคลังสินค้าที่มีหลายโซน เช่น โซนห้องเย็น, โซนชั้นวางมาตรฐาน โดยผู้หยิบจะถูกกำหนดให้หยิบเฉพาะโซนนั้นๆ เมื่อคำสั่งสินค้าเข้ามาจะแบ่งออกตามโซน สินค้าจะถูกหยิบพร้อมๆกันในทุุกโซนจนครบ อาจจะอาศัยสายพานในการช่วยลำเลียงสินค้า เพื่อส่งต่อไปยังขั้นตอนต่อไป 3.หยิบแบบคลื่น (Wave Picking) วิธีนี้จะคล้ายๆ กับแบบแรกเลยครับ แต่ต่างกันที่แบบนี้จะกำหนดเวลาชัดเจน การหยิบสินค้าจะมีลักษณะเหมือนคลื่น หมายถึง คำสั่งซื้อจะเข้าตามช่วงเวลา เช่น […]

อัตราการจัดส่งไม่สำเร็จ (Non Fulfillment Rate) คืออะไร? พร้อมเคล็ดลับการจัดการปัญหานี้!

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันการค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นอีกหนึ่งกุญแจของความสำเร็จในการทำธุรกิจนี้ คือการจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหนึ่งใน SLA หรือตัวชี้วัดสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสนใจ คืออัตราการจัดส่งสินค้าไม่สำเร็จหรือ Non Fulfillment Rate บนแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์อย่าง Shopee ที่จะส่งผลโดยตรงต่อความพึงพอใจของลูกค้าและยอดขายของร้านค้า ดังนั้น วันนี้ MyCloud จะพาคุณทำความรู้จักว่า อัตราการจัดส่งสินค้าไม่สำเร็จ คืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง ในบทความนี้กัน  Non Fulfillment Rate คืออะไร   Non Fulfillment Rate (NFR) หรืออัตราการจัดส่งสินค้าไม่สำเร็จ คือค่าที่แสดงถึงจำนวนคำสั่งซื้อที่ไม่สามารถจัดส่งได้สำเร็จ เทียบกับจำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมดในช่วงเวลาย้อนหลัง 7 วัน โดยคำนวณจากเปอร์เซ็นต์ของคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิก  สามารถตรวจสอบอัตรา Non Fulfillment Rate (NFR) ได้จากที่ไหนบ้าง  สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์มือใหม่ที่เพิ่งลงสนามขายของบน Shopee ได้ไม่นาน ก็อาจจะมีความกังวลอยู่บ้างว่าแล้ว Non Fulfillment Rate (NFR) สามารถตรวจสอบได้จากที่ไหนบ้าง หากคุณสมัครและยืนยันตัวตนเป็น Shopee Seller อย่างถูกต้องแล้ว อัตราการจัดส่งค้าไม่สำเร็จจะถูกคำนวณอัตโนมัติและอัปเดตทุก […]